https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeHnOJpzaTURkaKdnZN9TZ2Dt4I8mImqgs2oOYGKEhTTHld-g/viewanalytics

โครงสร้างและบทบาทของชมรมเครือข่าย


องค์กรคนพิการ

องค์การคนพิการแต่ละประเภท หมายความว่า                                                                                                                  องค์กรสมาชิกระดับชาติตามประเภทความพิการที่ได้แจ้งชื่อไว้กับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ  (เช่น สมาคมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้แห่งประเทศไทย/สมาคมเพื่อบุคคลแอลดีแห่ง ประเทศไทย เป็นต้น)

ที่มาขององค์กรคนพิการ

            1. การดำเนินงานขององค์กรคนพิการ มีวิวัฒนาการมาจากการรวมตัวของคนพิการแต่ละประเภท ที่ต้องการมี ส่วนร่วม และแสดงศักยภาพในฐานะสมาชิกของสังคม

            2. บทบาทหลักขององค์กรคนพิการ เน้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนพิการและครอบครัว การเสริมสร้าง กำลังใจและความเข้มแข็งของกลุ่ม การนำเสนอปัญหาความต้องการ เพื่อจัดสวัสดิการสังคมจากรัฐ การรณรงค์ด้าน สิทธิ ปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้เกิดสิทธิเท่าเทียมในสังคม และการณรงค์ให้สังคมปรับเปลี่ยนเจตคติของสังคม ต่อคนพิการ

 

ความหมายขององค์กรคนพิการ

       มี 2 รูปแบบที่ต้องทำความรู้จัก คือ  องค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการ

“องค์กรของคนพิการ”    หมายความว่า

       องค์กรที่มีคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการเป็นสมาชิกและเป็นกรรมการบริหารองค์กรไม่น้อยกว่าสองในสามของ

กรรมการทั้งหมด ตลอดจนมีอำนาจตัดสินใจในการดำเนินงานเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนพิการด้วย

องค์กรเพื่อคนพิการ    หมายความว่า  

            องค์กรที่มีวัตถุประสงค์ หรือกิจการหลักเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและมิใช่ หน่วยงานภาครัฐ

หน้าที่และบทบาทขององค์กรคนพิการ

            1. การเสนอแนะ การร้องขอ การช่วยเหลือให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการมีงานทำให้แก่คนพิการ โดยอาจได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนฯ 

            2. การให้บริการหรือจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการกีฬาหรือนันทนาการสำหรับคนพิการ โดยอาจได้รับการสนับสนุน จากรัฐ

            3. การประสานงานเกี่ยวกับงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์แก่คนพิการ 

            4. การขอใช้ที่ราชพัสดุหรือทรัพย์สินอื่นของทางราชการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ  และอาจได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

คุณสมบัติขององค์กรคนพิการ

          (๑) สมาชิกสามัญขององค์กรต้องเป็นบุคคลที่มีบัตรประจำตัวคนพิการหรือเป็นผู้ดูแลคนพิการประเภทนั้นๆ

          (๒) คณะกรรมการบริหารที่มีตำแหน่งต่าง ๆ ขององค์กรต้องเป็นสมาชิกสามัญ และกรรมการที่ไม่มีตำแหน่ง ต้องเป็นสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของกรรมการทั้งหมด

            (๓) มีเครือข่ายเป็นองค์กรสมาชิก หรือ สาขาขององค์กรเป็นคณะบุคคลหรือนิติบุคคลตามประเภทความ พิการประเภทนั้นๆ ในระดับจังหวัดไม่น้อยกว่าห้าสิบจังหวัด

            (๔) มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และ

            (๕) ได้รับการรับรองเป็นหนังสือจากสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

 

เครือข่ายที่เป็นองค์กรสมาชิก หรือ สาขาขององค์กร

            ชมรมบุคคล LD (ทุกจังหวัด) มีสถานะเป็นคณะบุคคลหรือนิติบุคคล

บทบาทและหน้าที่ของชมรมเครือข่ายบุคคล LD (ในทุกจังหวัด)

           1. ให้คำแนะนำและช่วยเหลือสมาชิกให้สามารถเข้าได้เข้าถึง และใช้ประโยชน์จากสิทธิและสวัสดิการ

           2. สำรวจ ติดตามสภาพปัญหาบุคคล LD ในพื้นที่ความรับผิดชอบ (ในเขตจังหวัดนั้นๆ)

             3. จัดทำระบบข้อมูลเพื่อการให้บริการแก่สมาชิกและบุคคล LD ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ

              4. ดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ การให้คำปรึกษา และความช่วยเหลือตามที่สมาชิกร้องขอ

              5. เรียกร้องแทนบุคคล LD ให้ได้รับสิทธิประโยชน์หรือขอให้ขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 (แก้ไขเพิ่มเติม 2556)

             6. ให้ความช่วยเหลือในด้านการศึกษา การดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานด้านอาชีพ การฝึกงาน การจัดหางาน เครื่องมือหรืออุปกรณ์ การฟื้นฟูสมรรถภาพและคุณภาพชีวิต

              7.  ประสาน คัดกรอง ส่งต่อ รวมถึงให้ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลที่เหมาะสม

ระเบียบข้อบังคับของชมรมเครือข่ายบุคคล LD

             ชมรมเครือข่ายบุคคล LD ทุกชมรมจะต้องมีระเบียบข้อบังคับของตัวเอง  ซึ่งระเบียบข้อบังคับนี้ จะต้องมีราย การตามที่กำหนดในกฎกระทรวงอย่างน้อย 7 รายการดังต่อไปนี้

             1. ชื่อ ชมรมส่งเสริมศักยภาพบุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้ จังหวัด.........

             2. วัตถุประสงค์

             3. ที่ตั้งสำนักงาน

             4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับจำนวนกรรมการ การเลือกตั้งกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และ การประชุมของคณะกรรมการชมรม...........

             5. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินงาน (บทบาท/ขอบข่าย/อำนาจหน้าที่ของชมรมฯ) การบัญชีและการเงิน

             6. ข้อกำหนดเกี่ยวกับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกชมรมฯ

             7. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประชุมใหญ่

             ข้อบังคับของชมรมนี้ คณะกรรมการจะประชุมระดมสมองร่างขึ้นมาเอง (ตามข้อกำหนด 7 รายการ) อย่างสั้นๆ ได้ ใจความ ไม่ควรเกิน 7 หมวด แต่ข้อบังคับนี้จะต้องไม่ขัดแย้งกับข้อบังคับของสมาคมแม่ (สมาคมส่งเสริมศักยภาพ บุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้แห่งประเทศไทย) หรือ

             จะคัดลอกจากข้อบังคับของสมาคมแม่มาใช้ โดยตัดทอนข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับชมรม หรือที่ยืดยาวเยิ่นเย้อ ไม่เป็นประโยชน์ต่อชมรมออกไปบ้าง เพื่อให้สั้นกระชับและ เป็นข้อบังคับที่ใช้บังคับได้จริง (ผมจะส่งข้อบังคับของสมาคม ส่งเสริมศักยภาพฯ มาให้ดูเป็น Guide line และถ้าใครต้องการดูฉบับที่ผมกลั่นกรองบั่นทอนเรียบเรียงใหม่ให้สั้นกะทัดรัด เหมาะสมกับชมรมของตนๆ ก็กรุณาบอกไปด้วย จะได้ “จัดให้”)

บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการชมรมเครือข่ายบุคคล LD

             เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปได้ด้วยความสะดวก เรียบร้อย และเกิดสภาพคล่องในการบริหารจัดการ คณะกรรมการของชมรม จึงควรมีจำนวนระหว่าง 7-9 คน และในคณะกรรมการนี้ควรมีสัดส่วนของผู้ที่ถือบัตรพิการ หรือเป็นผู้ดูแลคนพิการไม่น้อยกว่าสองในสาม

ขอบเขตงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละตำแหน่ง

             กรรมการแต่ละตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่ ขอบเขตงานความรับผิดชอบ (Job Discription) ดังต่อไปนี้.-

1. ประธานชมรม

ความรับผิดชอบ

                   ประธานชมรม มีความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน และผลของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะ

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการชมรมฯ ทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องมอบหมายให้รอง ประธานทำหน้าที่แทน

                   2.  ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง/ถอดถอนคณะกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการต่างๆ ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในชมรมฯ ตามมติของที่ประชุม

                   3.  ลงนามในเอกสารสำคัญการเบิกจ่ายเงินของชมรมฯ ร่วมกับกรรมการฝ่ายการเงินและกรรมการที่ได้รับ มอบอำนาจอีก 1 ท่าน

                   4.  ลงนามในเอกสารสำคัญอื่นๆ สัญญาจ้าง และสัญญาอื่นๆ ในฐานะตัวแทนของชมรมบุคคล LD จังหวัด..........

                   5.  มอบหมาย ควบคุมดูแลตลอดจนติดตามผล การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละฝ่าย ให้อยู่ใน กรอบ ขอบข่ายอำนาจหน้าที่ และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามเป้าประสงค์และเจตนารมณ์ของชมรมฯ

2. รองประธาน

ความรับผิดชอบ

                   รองประธานชมรมฯ มีความรับผิดชอบต่อการ ดำเนินงานและผลของการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ แต่ละฝ่ายที่ตนกำกับดูแลร่วมกับประธานกรรมการ

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการเมื่อประธานฯ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

                   2.  กำกับดูแลงานด้านต่างๆ ของชมรมฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์

                   3. เข้าประชุมคณะกรรมการตามระเบียบวาระทุกครั้งที่มีการเรียกประชุม

                   4.  หน้าที่อื่นๆ ตามกำหนดในข้อบังคับชมรมฯ และตามที่ประธานฯ มอบหมาย

3. เลขานุการ

ความรับผิดชอบ

                   เลขานุการชมรมฯ มีความรับผิดชอบต่องานเอกสารของชมรมทั้งหมด ยกเว้นเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน/การบัญชีและทะเบียนสมาชิก

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  จัดทำระเบียบวาระการประชุม ออกหนังสือเชิญประชุมตามคำสั่งประธาน

                   2.  จดบันทึกรายงานการประชุม จัดทำบันทึกรายงานการประชุมนำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อรับรองรายงาน การประชุม รวมถึงจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการประชุมแต่ละครั้ง

                   3.  จัดเตรียมการประชุม สถานที่ประชุมรวมถึงกำหนดนัดหมายผู้เข้าร่วมประชุม ให้การประชุมเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย

                   4.  จัดเก็บรักษาเอกสารสำคัญต่างๆ ของชมรม ให้เรียบร้อยตามระบบสากลให้สามารถตรวจสอบได้ เรียก ดูได้ตลอดเวลาทำการ

                   5.  จัดทำทะเบียนหนังสือรับเข้า/หนังสือออกของชมรมฯ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตามระบบสารบัญ

                   6.  หน้าที่อื่นๆ ตามกำหนดในข้อบังคับชมรมฯ และตามที่ประธานฯ มอบหมาย

4. เหรัญญิก

ความรับผิดชอบ

                   เหรัญญิก มีความรับผิดชอบต่อระบบการบัญชีและการเงินของชมรมทั้งหมด รวมถึงบัญชีทรัพย์สิน สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ของชมรมฯ (ถ้ามี) การจัดซื้อจัดจ้าง ครุภัณฑ์และอื่นๆ ของชมรมฯ รวมถึงจัดทำบัญชี รายรับรายจ่ายประจำวัน ประจำเดือน ประจำปี (งบการเงิน)

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  เป็นผู้บริหารจัดการระบบบัญชีและการเงิน รายรับรายจ่ายของชมรมฯ ทั้งหมด

                   2.  เป็นผู้ลงนามในเอกสารสำคัญทางการเงินการบัญชี สัญญา ของชมรม

                   3.  เป็นผู้ลงนามในเอกสารเบิกถอนเงินในธนาคารและอื่นๆ ร่วมกับประธาน และกรรมการอีกท่านหนึ่ง ที่ได้รับมอบอำนาจ

                   4.  จัดเก็บรวบรวมเอกสารทางการเงินของชมรมฯ ตามระบบสากลพร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา

                   5.  จัดทำงบดุลการเงินของชมรม เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

                   6.  จัดระบบการเงิน/บัญชีรายรับ-รายจ่ายของชมรม ทั้งประจำวัน ประจำเดือนและประจำปี ให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยถูกต้องตามระบบบัญชีสากล

                   7.  เข้าประชุมคณะกรรมการตามระเบียบวาระทุกครั้งที่มีการเรียกประชุม

                   8.  หน้าที่อื่นๆ ตามกำหนดในข้อบังคับชมรมฯ และตามที่ประธานฯ มอบหมาย

5. นายทะเบียน

ความรับผิดชอบ

                   นายทะเบียน รับผิดชอบในระบบทะเบียนสมาชิกของชมรม ตั้งแต่การรับสมัคร ซักประวัติ บันทึกและจัดทำ เป็นฐานข้อมูล เพื่อการส่งต่อในลำดับต่อไป รวมถึงรับผิดชอบต่อความลับของข้อมูลของสมาชิกในทะเบียนประวัติด้วย

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  รับสมัครสมาชิก พร้อมซักประวัติ บันทึกข้อมูล

                   2.  จัดทำฐานข้อมูลของสมาชิก รวบรวมไว้ที่ชมรม 1 ชุดและจัดส่งให้สมาคมแม่ อีก 1 ชุด

                   3.  รักษาความลับของข้อมูลของสมาชิกในทะเบียนประวัติ

                   4.  เข้าประชุมตามระเบียบวาระทุกครั้งที่มีการเรียกประชุม

                   5.  หน้าที่อื่นๆ ตามกำหนดในข้อบังคับชมรมฯ และตามที่ประธานฯ มอบหมาย

6. ประชาสัมพันธ์

ความรับผิดชอบ

                   ประชาสัมพันธ์ มีความรับผิดชอบภาพลักษณ์ของชมรมและสมาคม

หน้าที่และขอบข่ายงาน

                   1.  เผยแพร่ข่าวสารและผลงานของชมรมฯ ต่อสมาชิกและสาธารณะชน

                   2.  รับฟังความคิด คำติชมของสมาชิก นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแก้ไข

                   3.  ติดต่อประสานงานกับสมาชิก (สมาชิกสัมพันธ์) และองค์กรอื่น

                   3.  เข้าประชุมตามระเบียบวาระทุกครั้งที่มีการเรียกประชุม

                   4.  หน้าที่อื่นๆ ตามกำหนดในข้อบังคับของชมรมฯ และตามที่ประธานฯ มอบหมาย                     

                       

 

การขอรับทุนสนับสนุนจาก พ.ก.

            องค์กรคนพิการทุกองค์กรทั้งองค์กรหลักและองค์กรสาขา (เครือข่าย) มีสิทธิ์เขียนโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุน การจัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ จากกองทุนส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการด้วยกันทั้งสิ้น

คุณสมบัติองค์กรที่จะได้รับการสนับสนุน

            องค์กรที่จะได้รับการสนับสนุนโครงการจากกองทุนส่งเสริมฯ ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 

          (ก) มีที่ทำการหรือสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่าหกเดือน 

          (ข) มีคณะกรรมการ บุคลากร หรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำหรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

          (ค) มีผลการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนพิการหรือเกิดประโยชน์ต่อสังคมหรือชุมชน  

          (ง) มีระบบการบริหารงานและระบบการเงินการบัญชีที่มีประสิทธิภาพ ในกรณีองค์กรภาค เอกชนที่ไม่มีฐานะ เป็นนิติบุคคลให้มีองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลรับรองผลงานเป็นหนังสือตาม (ค)

 

ลักษณะแผนงาน/โครงการที่จะได้รับการสนับสนุน

          1. มีลักษณะสอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นโยบายรัฐบาล หรือนโยบายของคณะกรรมการ กรณีโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากจังหวัดต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดนั้นๆ

            2. มีวัตถุประสงค์และกระบวนการในการดำเนินงานชัดเจน และมีผลต่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ

          3. มีลักษณะสร้างการมีส่วนร่วมของบุคคลหรือหน่วยงานหรือประชาชนเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ

            ทั้งนี้ ในกรณีที่ขอรับการสนับสนุนจากจังหวัด หรือที่ต้องจัดสรรงบประมาณจากจังหวัด ต้องระบุรายการที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชนมีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้วย ( เช่น ให้เงิน ให้คำปรึกษา ให้ใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ จัดประชาคมโดยมีลายเซ็นต์ผู้บริหารท้องถิ่นจะดี)

            3. มีคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการหรือมีหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านคนพิการเข้าร่วมบริหารจัดการ หรือให้คำปรึกษา ในการดำเนินงาน

            4. เฉพาะหน่วยงานภาครัฐต้องเป็นแผนงานหรือโครงการที่ริเริ่มใหม่ หรือ เป็นโครงการที่ไม่สามารถได้รับการ สนับสนุนจากงบประมาณปกติได้  หรือได้รับการสนับสนุนแต่ไม่เพียงพอ

            5. เฉพาะองค์กรภาคเอกชนต้องเป็นแผนงานหรือโครงการดำเนินงานมาแล้วโดยมีทุนหรือเงินสมทบ อยู่บางส่วน หรือ เป็นแผนงานหรือโครงการใหม่และต้องไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการ และแหล่ง ทุนอื่นๆ หรือได้รับการสนับสนุนแต่ไม่เพียงพอ

            6. คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนอาจกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรภาคเอกชน ดำเนินการเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์ต่อคนพิการและประชาชนได้

วิธีเขียนโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุน

การตั้งชื่อโครงการ

            1. ต้องมีความชัดเจน เหมาะสม และเฉพาะเจาะจง

            2. มีข้อบ่งชี้ถึงเนื้อหาสาระในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในเรื่องต่าง ๆ เช่น                                                  - การคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

                        - การส่งเสริมและการดำเนินงานด้านการสงเคราะห์ ช่วยเหลือคนพิการ

                        - การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ

                        - การศึกษาและการประกอบอาชีพของคนพิการ

                        - การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ

การเขียนหลักการและเหตุผล

            1. ต้องเกี่ยวข้องและสะท้อนสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อยหนึ่งปัญหาและมีความจำเป็น ต้องทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องเพื่อป้อง กันแก้ไขปัญหาหรือ สนองตอบความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในเรื่องต่าง ๆ ให้ชัดเจน

            2. มีข้อบ่งชี้ชัดเจนและครบถ้วน

การเขียนวัตถุประสงค์

            (๑) มีความชัดเจน มีความเป็นไปได้ และสามารถวัดผลและประเมินผลได้

            (๒) สอดคล้องกับชื่อโครงการที่เสนอ และสะท้อนการป้องกันแก้ไขปัญหา หรือสนองตอบกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับ การคุ้มครองและพัฒนาคุณชีวิตคนพิการ

กลุ่มเป้าหมาย

            (๑) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

            (๒) ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

            (๓) มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม

            (๔) ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการลักษณะเดียวกันและดำเนินการในพื้นที่เดียวกันที่ได้รับอนุมัติแล้ว

            (๕) มีวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

พื้นที่ดำเนินโครงการ

            (๑) เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรม

            (๒) ให้ระบุสถานที่ตั้งของโครงการที่ชัดเจน

            (๓) มีความเหมาะสมกับสภาพความพิการ

            (๔) สถานที่มีความสะดวก และประหยัด

ระยะเวลาที่จัดโครงการ

            (๑) ต้องระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการภายในปีงบประมาณ ในกรณีมีแผนงานเกินกว่าหนึ่งปีให้เสนอ ภาพรวมมาประกอบการพิจารณาด้วย

            (๒) มีการกำหนดระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน

            (๓) มีความสอดคล้องกับสภาพความพิการ

วิธีดำเนินการ

            (๑) แสดงถึงรายละเอียดกิจกรรมเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างชัดเจน

            (๒) กิจกรรมที่ดำเนินงานต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ

งบประมาณ

            (๑) มีความสอดคล้องกับโครงการที่ขอรับการสนับสนุน

            (๒) มีความสมเหตุสมผล ประหยัด คุ้มค่า เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

            (๑) สามารถกำหนดผลที่เกิดขึ้นโดยตรงและโดยอ้อมจากการดำเนินงานตามโครงการ

            (๒) สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายจะได้รับประโยชน์และผลกระทบทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

สาเหตุที่โครงการไม่ผ่านการพิจารณา

            1. ชื่อโครงการไม่ตรงกับวัตถุประสงค์

            2. วัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน วัดไม่ได้

            3. กลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกับกฎหมาย

            4. วิธีการดำเนินงานไม่ชัดเจน

            5. กิจกรรมไม่สอดรับกับวัตถุประสงค์

            6. ค่าใช้จ่ายตามโครงการไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์

            7. การอบรมไม่มีกิจกรรมต่อเนื่อง

            8. มีหน่วยงานรัฐทำอยู่แล้ว

 

บทบาทองค์กรคนพิการขับเคลื่อนระดับจังหวัด

            1. เป็นอนุกรรมการตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วย คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๖

            2. ประธานสภาคนพิการทุกประเภทประจำจังหวัด เป็นรองประธานคนที่สาม

            3. ต้องเป็นนายกสมาคมหรือประธานกรรมการองค์กรของคนพิการซึ่งเป็นสมาชิกหรือสาขาขององค์กรคนพิการ แต่ละประเภทในจังหวัดองค์กรละหนึ่งคนตามบัญชีรายชื่อที่องค์กรคนพิการแต่ละประเภทได้รับรององค์กรไว้ที่ พก. เป็นอนุกรรมการ

            4. ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินห้าคนซึ่งได้รับการเลือกจากผู้แทนองค์กรตามมาตรา ๖(๑๐) เฉพาะที่มีสำนักงานตั้งอยู่ ในจังหวัด

            5. ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการระดับจังหวัด เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

            โปรดอ่านโดยละเอียดสงสัย-ข้องใจถามได้ครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องให้ได้ศึกษาครับ ....เพื่อความเป็น ชมรมเครือข่ายที่แท้จริงและมีตัวตนครับ ไม่ใช่เป็นลมปลิวไปปลิวมาเหมือนที่ผ่านมา.

                                                                                                                                    สุวิทย์.