FESH Model

 แบนดูรา (Bandura : 1997) นักทฤษฎีปัญญาสังคม (Social cognitive Theory) พบว่าการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขเป็นความสามารถที่พึงประสงค์ของมนุษย์ทุกคนการมีความสุขหมายถึงการมีความภาคภูมิใจในตนเอง พึงพอใจในชีวิตของตนเอง

                        FESH Model เป็นแบบแผนในการสร้างความสุขที่ยั่งยืน โดยนำเอาผลการวิจัยของ แบนดูรา มาปรับใช้ คือสร้างความสุขจากความภาคภูมิใจในตนเอง ความเชื่อมั่นในตนเองและความพึงพอใจในชีวิตของตนเองเป็นพื้นฐานสร้างเป็นปิระมิด (Pyramid) ที่มีฐานคือ ความสุขที่ยั่งยืน (Durable Happiness) ภายใต้องค์ประกอบ ทั้ง 4 อันประกอบด้วย

                        F : Family คือ ครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นหน่วยของสังคมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์ ถ้าบุคคลรู้จักบทบาทและหน้าที่ของตนในครอบครัว ความทุกข์ทั้งหลายจะไม่เกิด

E : Economy คือ เศรษฐกิจ ปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ ในที่นี้จะเน้นที่ เศรษฐกิจพอเพียงมีความพอดี พอใจในสิ่งที่มีอยู่

                        S : Society คือ สังคม การรู้จักตนเองเข้าใจผู้อื่นจะเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

                        H : Healthy คือ สุขภาพ การมีสุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดี เป็นพื้นฐานที่สำคัญของความสุข (ดังแผนภาพ)

                                                    

หลักสูตร

  1. นิยามความหมายของคำว่าความสุข

-ความภาคภูมิใจในตนเอง การเห็นคุณค่าในตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเอง

-ความพึงพอใจในชีวิต

-การมองโลกในแง่ดี

  1. ครอบครัว

-รูปแบบของครอบครัว

-วงจรชีวิตของครอบครัว

-ครอบครัวที่เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต

-ครอบครัวเข้มแข็ง

-ครอบครัวที่ต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงและการปรับตัวในสภาวะที่ยากลำบาก

3. เศรษฐกิจ

            -อาชีพ

            -ทุนทางสังคม

            -เศรษฐกิจพอเพียง

            -ความพอเพียงแห่งตน

           

4. สังคม

          -การสื่อสาร

            -การศึกษา

            -ค่านิยมในสังคม

            -การดำรงชีวิตในสังคม

            -จริยธรรม ศีลธรรมและคุณธรรม

5. สุขภาพ

            -สุขภาพทางร่างกาย

            -สุขภาพจิตและพลังของสุขภาพจิต

            -อารมณ์ขัน

            -การรับมือกับอารมณ์ทางลบ

                             -------------------------------------------------------------------------             

 

RtI

                   กระบวนการสอนแบบ RtI (Response to Instruction) เป็นกระบวนการสอนที่มีลักษณะเป็น บริการทางการศึกษาเพราะเป็นกระบวนการสอนที่มีคุณภาพสูงใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์(Scientific Method) มีผลการวิจัยรองรับ มีการประเมินผลบันทึกความก้าวหน้าและการตอบสนองของผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอซึ่งจะใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจในการให้บริการทางการศึกษา ใช้สอนได้กับนักเรียนทุกคนทุกวิชาทุกช่วงชั้น ช่วยในการเยียวยาลดปัญหาทางพฤติกรรมของนักเรียน เพิ่มพูนและพัฒนาทักษะชีวิตของผู้เรียน  

            กระบวนการสอนแบบ  RtI นี้ปัจจุบันใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาทั้งในระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

                 

หลักสูตร

             1. ความหมายของ RtI

             2. หลักการของ RtI

             3. รูปแบบของ RtI

                   - การประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียน

                   - การบันทึกความก้าวหน้าของผู้เรียน

                   - การเปรียบเทียบผลการเรียน

                   - การจัดชั้นเรียน

             4. RtI ใน Tier 1

                   - ภารกิจใน Tier 1

                   - เทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพใน Tier 1

             5. RtI ใน Tier 2

                   - ภารกิจใน Tier 2

                   - เทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพใน Tier 2

             6. RtI ใน Tier 3

                   - ภารกิจใน Tier 3

                   - เทคนิคการสอนที่มีประสิทธิภาพใน Tier 3

             7.  RtI กับการสอนอ่านเขียน

             8.  RtI กับการสอนคณิตศาสตร์

             9.  RtI กับการสอนวิชาอื่นๆ

             10. RtI กับการแก้ปัญหาทางพฤติกรรมของนักเรียน                                                                                   11. การนำ  RtI มาใช้ในโรงเรียน

             12. ข้อดี/ข้อเสียของ RtI

 

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ผดุง  อารยะวิญญู (ศาสตรเมธี)

คุณวุฒิ

            Ph.D.    :   Administration in Special Education,

                            Florida University, U.S.A.

อดีต

            หัวหน้าภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ปัจจุบัน

            -ประธานหลักสูตรปริญญาเอก สาขาบริหารการศึกษาพิเศษ

              มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

            -นายกสมาคมแอลดีแห่งประเทศไทย

เกียรติคุณ

            ศาสตราจารย์ดร.ผดุง อารยะวิญญู นับเป็นปรมาจารย์ทางด้านการศึกษาพิเศษ เนื่องจากเป็น หนึ่งในผู้บุกเบิก และพัฒนาด้านการศึกษาพิเศษ ได้ทุ่มเท อุทิศทั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญาความ สามารถของท่านช่วยเหลือให้เด็ก พิเศษ และบุคคลที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา  บุคคลที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ทั้งหลายได้มีโอกาสได้เรียนรู้ได้ ศึกษาและพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้ทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับบุคคลปกติ และสามารถใช้ชีวิตในสังคมเฉกเช่น ปกติชนทั่วไป

            ในปี 2555 ศาสตราจารย์ ดร.ผดุง อารยะวิญญู ได้รับพระราชทานรางวัล “ศาสตรเมธี” (ปราชญ์แห่งวิชาการ) สาขาศึกษาศาสตร์ จาก มูลนิธิศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

ผลงานทางวิชาการ

            นอกจากการสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปริญญาตรี ถึงปริญญาเอกแล้ว ยังได้รับเชิญเป็น วิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ครู-อาจารย์ องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ด้านการศึกษาพิเศษอยู่เป็นนิตย์ ผลงานทาง ด้านสื่อการศึกษาและตำรับตำราเรียนทั้งหลาย ของท่านเป็นที่ยอมรับและใช้ในการศึกษาเล่าเรียนกัน อย่างแพร่หลาย ทั้งจากครู อาจารย์ และนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อาทิ เช่น

            - วิธีสอนคณิตศาสตร์ สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

            - แบบฝึกชุด อ่านเขียนเรียนคล่อง

            - แบบทดสอบความสามารถในการอ่านเบื้องต้น

            - แบบคัดกรองเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้

            - วิธีสอนเด็กออทิสติก

            - วิธีสอนเด็กสมาธิสั้น

            - วิธีสอนเด็กปัญญาเลิศ

            - วิธีสอนเด็กแอลดี

            - อาร์ ที ไอ กระบวนการสอนในแนวใหม่

            - การวิจัยแบบกลุ่มตัวอย่างเดี่ยว

                                        และอื่นๆ อีกไม่น้อยกว่า 100 รายการ

 

ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม

อดีต

            หัวหน้าภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ปัจจุบัน

            -ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

            -ศาสตราจารย์พิเศษสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

เกียรติคุณ

            ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม นับเป็นปรมาจารย์ทางด้านการศึกษาพิเศษ เนื่องจากเป็น หนึ่งในผู้บุกเบิกและพัฒนาด้านการศึกษาพิเศษ ได้ทุ่มเท อุทิศทั้งกำลังกาย กำลังสติปัญญาความ สามารถของท่านช่วยเหลือให้เด็กพิเศษ และบุคคลที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา  บุคคลที่มีปัญหาทาง การเรียนรู้ทั้งหลายได้มีโอกาสได้เรียนรู้ได้ศึกษาและพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้ทัดเทียมหรือ ใกล้เคียงกับบุคคลปกติ และสามารถใช้ชีวิตในสังคมเฉกเช่นปกติชนทั่วไป

ผลงาน

            นอกจากการสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรทางด้าน การศึกษาพิเศษทั่วประเทศมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว ผลงานทางด้านสื่อการศึกษาและตำรับตำรา เรียนทั้งหลายของท่านเป็นที่ยอมรับและใช้ในการศึกษาเล่าเรียนกัน อย่างแพร่หลายทั้งจากครู อาจารย์ และนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ อาทิ เช่น

            - ประมวลศัพท์การศึกษาพิเศษ

            - สารานุกรมศึกษาศาสตร์

            - แบบตรวจสอบรายการเพื่อการคัดแยกคัดกรองเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

            - พัฒนาการทางภาษา

            - เทคโนโลยีสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

            - วิธีสอนเด็กสมาธิสั้น

            - ทัศนศิลป์

            - การเรียนร่วมสำหรับเด็กปฐมวัย

            - การวัดและประเมินผลสำหรับการศึกษาพิเศษ

            - ความบกพร่องทางการได้ยิน

            - ศาสตร์แห่งการบำบัดทางเลือก

            - FLASH Model กลยุทธ์ในการพัฒนาการเรียนรู้ของบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ

            - เต๋า สื่อการสอนในรูปลูกเต๋า 6 เหลี่ยม 6 ด้าน

                                        และอื่นๆ อีกไม่น้อยกว่า 100 รายการ

 

ศาสตราจารย์คลินิก พ.ญ วินัดดา ปิยะศิลป์

แพทย์ ระดับ 10 กระทรวงสาธารณสุข

ประธานการบริหารจัดการความรู้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย

ประธานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

 

            


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 1,436