11 ข้อควรปฏิบัติสำหรับเด็กพิเศษ

 ในโลกความเป็นจริงคงไม่มีเด็กคนไหนมาบอกคุณครูว่า "หนูเป็นแอลดี" แต่คุณครูที่ดีต้องใช้การสังเกตและอาศัยประ สบการณ์อ่านพฤติกรรมว่าเด็กเรียนอ่อน อ่านหนังสือไม่แตก เพราะความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disa bilities : LD) หรือไม่ตั้งใจเรียน

..........ในฐานะที่คุณครูมีความใกล้ชิดกับเด็กมาก มีเวลาคลุกคลีกับเด็กถึงวันละ 8 ชั่วโมง อย่างน้อยในคาบเรียนคุณครูสามารถสังเกตอาการผิดปรกติได้ และหาทางรับมือเพื่อช่วยพัฒนาให้เด็กเหล่านี้หายจากอาการแอลดี

..........สาเหตุที่คุณครูจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจเด็กแอลดีเพิ่มขึ้น เพราะแนวโน้มของเด็กที่เป็นแอลดีนับวันจะเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่ามีเด็กที่เป็นแอลดี 1-30% ของเด็กๆในแต่ละโรงเรียน นอกจากนี้เด็กแอลดีจะหายเป็นปรกติได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนรอบตัว โดยเฉพาะคุณ ครูที่เปรียบเสมือน "ต้นแบบ" หรือผู้ทรงอิทธิพลของพวกเขา

..........เราพบว่าหลายคนที่ประ สบความสำเร็จในชีวิตเพราะคำพูดบางคำของคุณครู หรือมุมมองบางมุมที่คุณครูมีต่อเขา ทำให้เขามีความหวังต่อตนเอง หรือมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนหนึ่งซึ่งสามารถประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตได้

...........ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า เด็กแอลดีมี IQ ปรกติ และหลายครั้งพบว่าพวกเขาฉลาดล้ำเกินเด็กวัยเดียวกัน แต่มีข้อบกพร่องในการเรียนรู้บางด้าน เช่น การอ่าน การเขียน การฟัง หรือการคิดเลข ไม่เทียบเท่ากับความสามารถจริงที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ของสมองบางอย่าง

 

........ปัญหาเด็กแอลดีไอคิวปรกติใน 2 บททดสอบ บททดสอบแรก เล่าเรื่องให้ฟังแล้วให้เขาประมวลความคิดรวบยอดออกมา จะพบว่าเด็กเหล่านั้นสามารถประมวลความคิดได้ดี บางครั้งต่อยอดได้ดีกว่าคนทั่วไป กับอีกบททดสอบ ให้เด็ก อ่านหนังสือและถ่ายทอดให้ฟัง เด็กมัก "จอด" เพราะความบกพร่องในการอ่าน

 

........สำหรับการแก้ไขความบกพร่องในการอ่านเขียนของเด็ก ต้องเข้าใจว่าเกิดจากการประมวลผลของสมองแยกคำไม่ได้ สิ่งที่เขามองเห็นเป็นเส้นยาวๆที่มีตัวยึกยือๆ ถ้าคุณครูช่วยโดยทำไฮไลท์เน้นคำเพื่อให้อ่านได้ง่าย เมื่อเด็กอ่านได้คล่องแล้วค่อยถอยความช่วยเหลือตรงนี้ออก

 

........อย่าบอกแค่เพียงว่าเขามีปัญหาเรื่องการอ่าน คุณครูต้องหาจุดว่าเขาอ่าน เขียน ไม่ได้เพราะอะไร ตรงไหน จะได้เริ่มสอนจากตรงนั้นในกรณีที่เด็กมีปัญหาการอ่าน แต่เขายังสามารถฟังได้ อาจจะใช้การอัดเทปเพื่อให้เขาฟังซ้ำให้เกิดการรับรู้และเข้าใจ

 

........ขณะเดียวกันการวัดผลการเรียนรู้ของเด็กแอลดีต้องยืดหยุ่นให้เหมาะสมกับเด็ก และสามารถเช็กได้ว่าเด็กรู้ในเนื้อหาที่คุณครูสอนหรือไม่

 

........อีกอย่างที่คุณครูต้องทำคือ สอนทักษะการจัดระบบตัวเอง กลยุทธ์การเรียนบางทีจะมีทั้งพ่อแม่และครูพิเศษที่สอนเด็ก ก็ต้องประสานกันว่าจะทำอย่างไรให้มีตัวชี้วัดว่าเด็กรู้เนื้อ หาข้อมูลจริงหรือไม่

 

........ต้องหาวิธีดูว่าเด็กจะเรียนรู้ข้อมูลนี้อย่างไรไม่ควรเปรียบเทียบเด็กแต่ละคน เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ควรทำความเข้าใจ แสดงความเห็นใจเด็ก ให้กำลังใจ ให้การเสริมแรงทางบวกต่อเด็ก สร้างความภาคภูมิใจให้เด็กเสมอ

 

........สำหรับการสอนต้องเริ่มจากสิ่งที่เขาทำได้ และแบ่งสอนทีละขั้นตอน มีการปรับวิธีการสอน อาจจะสอนจากรูปธรรมไปนามธรรม และหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ พร้อมกับให้เวลาเขาได้เรียนรู้ ให้เขาได้พูดได้อธิบาย หลายๆอย่างก็เกิดทักษะได้เหมือนกัน แล้วค่อยวนกลับมาใช้วิธีเบสิกในห้องเรียน

........นอกจากนี้การใช้คำสั่งในเด็กกลุ่มนี้ต้องเฉพาะเจาะจง ชัดเจน ง่าย สั้น และควรมีตัวอย่างประกอบ ในกรณีที่มีคำสั่งยาวๆก็ต้องตัดเป็นสัดส่วนให้สั้นๆทีละขั้นตอน ให้เด็กสามารถจับใจความสำคัญได้ เด็กกลุ่มนี้ก็จะสามารถเข้าใจบทเรียนนั้นๆได้ มีการอธิบายเพิ่มเติมจากเด็กปรกติ หลีกเลี่ยงการให้งานเดี่ยว เพราะถ้าทำเดี่ยวโอกาสงานเสร็จจะไม่มี แต่ปัญหาของครูคือ จะแยกเด็กแอลดีออกจากเด็กทั่วไป

........แนะนำให้นำกระบวนการการตอบสนองต่อการเรียนการสอน (Response to Intervention : RTI) ซึ่งวิธีนี้เป็นระบบหรือแนวทางที่นำไปสู่การจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของเด็กทุกคน เพราะจะคัดกรองด้วยผลการเรียน เด็กที่เรียนอ่อนจะถูกผลักมาอยู่อีกกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ใช่ดึงเด็กออกจากห้องเรียน จากนั้นต้องมีกระบวนการซ่อมเสริมให้แล้วทำการประเมินอีกครั้ง หากยังไม่ดีขึ้นจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธี การสอน และทำการประเมินซ้ำอีกเป็นสเต็ปๆ จนขั้นที่ 3 จะเหลือเด็กที่มีแนวโน้มเป็นเด็กพิเศษจริงๆ

........นอกจากนี้ควรมีการประเมินเพื่อจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม เพราะหากคุณครูสอนอย่างเดียวแต่ไม่มีการประ เมินก็จะไม่มีวันรู้เลยว่าเขาได้หรือไม่ได้ และการคัดกรองเด็กแอลดีในชั้นเรียนคุณครูสามารถช่วยเหลือด้านการเรียนแก่พวกเขาได้ โดยใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) หรือโครงการการศึกษาเพื่อปัจเจก บุคคล ซึ่งออกแบบการเรียน ให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยส่วนตัว

 

........IEP�คือโปรแกรมที่ว่าตัดเสื้อตามตัวผู้ใส่ คือต้องจัดระบบการศึกษาให้ตรงตามเด็ก เก่งตรงไหนก็เสริมตรงนั้น อ่อนตรงไหนก็เสริมตรงนั้นให้ดียิ่งขึ้น นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เก่งตรงไหนต้องให้เขาเยอะๆ หรือสอนให้เขาได้เรียนรู้วิธีใหม่ๆ ให้เขาทำอะไรได้สำเร็จ และให้เขาคิดวิธีการเรียนให้รู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องที่น่าสนุก มีความสุข มีการสอนตรง มีกลยุทธ์ในการสอนใหม่ๆ

 

........นอกจากการสอนที่เฉพาะตัวเด็กแล้ว 
.......ข้อที่ทุกคนควรปฏิบัติต่อเด็กแอลดี 11
ข้อคือ

.......1. ยกย่องว่าคนเราทุกคนมีความหลากหลาย ให้เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งของทุกคน

.......2. ชื่นชมความพยายามมากกว่าผลลัพธ์

.......3. ให้มีช่วงพักเป็นช่วงๆในขณะเรียน เพื่อให้เด็กได้ผ่อนคลาย

.......4. เวลาให้เด็กทำอะไร พยายามเอางานยากแทรกกลางระหว่างงานง่ายๆ

.......5. ก่อนเข้าไปช่วยเด็กให้ถามเด็กก่อน

.......6. เป็นแบบอย่างให้เห็นว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ไม่เป็นไร ต้องทำให้เขารู้สึกไม่กลัวความผิดพลาด

.......7. สอนเด็กให้แสดงความรู้สึกทางลบในวิธีที่ปลอดภัย

.......8. ปฏิบัติต่อเด็กเช่นปัจเจกบุคคล อย่าเปรียบเทียบ

.......9. จัดเวลาให้เด็กทำกิจกรรมที่ชอบ

......10. หาตัวเกี่ยวเพื่อให้เด็กชอบโรงเรียน

......11. หาแบบอย่างคนที่ประสบความ สำเร็จที่เป็นแอลดีเหมือนเขา

 

 

.......การช่วยเหลือเด็กได้เร็วเท่าไรยิ่งเป็นผลดีต่อเด็กเท่านั้น เพราะมีโอกาสที่เด็กแอลดีจะกลับเป็นปรกติได้ ที่สำคัญพวกเขาจะมีความสุขในการเรียนมากขึ้น ไม่ต้องกลัวจะตามไม่ ทันเพื่อนอีกต่อไป

 

 

 

.......ที่มา :�หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข โดย �พญ.กมลชนก เหล่าชัยศรี


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 2,722