https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeHnOJpzaTURkaKdnZN9TZ2Dt4I8mImqgs2oOYGKEhTTHld-g/viewanalytics

สวัสดิการ

สิทธิ ประโยชน์และสวัสดิการของคนพิการ

 

-----พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้กำหนดสิทธิ ประโยชน์และสวัสดิการให้กับคนพิการไว้หลายประการด้วยกัน โดยบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคห้า ของพระราชบัญญัติดังกล่าว และในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑

- บทบัญญัติในวรรคหนึ่งกำหนดให้คนพิการมีสิทธิเข้าถึงงบและใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลือของรัฐ ซึ่งมีทั้งสิ้น ๑๐ ประการหลัก

- บทบัญญัติในวรรคสามได้บัญญัติถึงสิทธิได้รับการจัดสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยและการเลี้ยงดูจากหน่วยงานของรัฐสำหรับคนพิการที่ไม่มีผู้ดูแลคนพิการ

- บทบัญญัติในวรรคห้าได้บัญญัติถึงสิทธิของคนพิการที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษี

- ส่วนบทบัญญัติในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑

ได้บัญญัติถึงเรื่องสิทธิทางการศึกษาของคนพิการซึ่งเป็นการขยายความมาตรา ๒๐(๒) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐

 

สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของคนพิการตามที่กำหนด
ไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการจัดทำร่างอนุบัญญัติเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดสิทธิ ประโยชน์และสวัสดิการให้กับคนพิการตามหลักการในพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท ดังนั้นในหัวข้อนี้จะได้อธิบายถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการดังกล่าวข้างต้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในอนุบัญญัติในแต่ละเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นหลักการสำคัญ ซึ่งจะแบ่งแยกสิทธิ ประโยชน์ สวัสดิการ เป็น ๑๒ ประการหลักดังนี้

 

๑. สิทธิในการได้รับการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ และสื่อส่งเสริมพัฒนาการเพื่อปรับสภาพทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือเสริมสร้างสมรรถภาพให้ดีขึ้น ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

 

-----สิทธิดังกล่าวบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๑) ซึ่งกำหนดให้สิทธิดังกล่าวเป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ดังนั้น จึงได้มีการจัดทำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงว่าด้วยการบริการ ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าอุปกรณ์ เครื่องช่วยความพิการ และสื่อส่งเสริมพัฒนาการ พ.ศ. .... เพื่อรองรับกฎหมายแม่บท ซึ่งสาระสำคัญของประกาศกระทรวงดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

๑.๑ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพหรือความสามารถของคนพิการให้มีสภาพที่ดีขึ้น หรือดำรงสมรรถภาพหรือความสามารถที่มีอยู่เดิมไว้ โดยอาศัยกระบวนการทางการแพทย์ เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสทำงานหรือดำรงชีวิตในสังคมอย่างเต็มศักยภาพ

๑.๒ บริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ที่คนพิการมีสิทธิได้รับมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) การตรวจวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจพิเศษด้วยวิธีอื่น ๆ

(๒) การแนะแนว และการให้บริการปรึกษา

(๓) การจัดการรายกรณีแบบครบวงจร

(๔) การให้ยา

(๕) การบริการอุปกรณ์เทียมอุปกรณ์เสริมหรือเครื่องช่วยความพิการ

(๖) การศัลยกรรม

(๗) การพยาบาลเวชกรรมฟื้นฟู

(๘) กายภาพบำบัด

(๙) กิจกรรมบำบัด

(๑๐) ดนตรีบำบัด

(๑๑) ศิลปะบำบัด

(๑๒) อาชีวะบำบัด

(๑๓) พฤติกรรมบำบัด

(๑๔) จิตบำบัด

(๑๕) การบริการแพทย์ทางเลือก

(๑๖) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน

(๑๗) การแก้ไขการพูด

(๑๘) การพัฒนาทักษะในการสื่อความหมาย

(๑๙) การพัฒนาทักษะทางสังคม สังคมสงเคราะห์ และสังคมบำบัด

(๒๐) การบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มและการบริการส่งเสริมพัฒนาการ

(๒๑)การสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวหรือการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้บกพร่องทางการเห็น

(๒๒)การบริการจัดสภาพแวดล้อมให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์

(๒๓) การฝึกอบรมและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นแก่ผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ

(๒๔) การบริการด้านข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพและการส่งเสริมพัฒนาการ เพื่อบำบัดรักษาหรือเพื่อปรับสภาพทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมพฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ การดำเนินชีวิต ตลอดจนองค์ความรู้ทางการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์หรือการบริการด้านสุขภาพผ่านสื่อในรูปแบบที่เหมาะสมซึ่งคนพิการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

(๒๕) บริการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

 

-----๑.๓ คนพิการมีสิทธิได้รับการรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ต้องเป็นการรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ จากสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข หรือสถานพยาบาลของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

-----๑.๔ คนพิการที่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องช่วยความพิการ มีสิทธิได้รับอุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริมหรือเครื่องช่วยความพิการตามความต้องการจำเป็นของแต่ละบุคคล

-----๑.๕ ในกรณีความพิการเปลี่ยนแปลง หรืออุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยความพิการที่คนพิการได้รับ ชำรุดบกพร่อง จำเป็นต้องเปลี่ยนตามกำหนดเวลา ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนของอุปกรณ์เทียม อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยความพิการนั้น คนพิการสามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลง ซ่อมแซมอุปกรณ์ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

 

-----๒. สิทธิได้รับการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติหรือแผนการศึกษาแห่งชาติตามความเหมาะสมในสถานศึกษาเฉพาะหรือสถานศึกษาทั่วไป หรือการศึกษาทางเลือกหรือการศึกษานอกระบบ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาสำหรับคนพิการให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม

 

-----สิทธิดังกล่าวนี้ได้รับการรับรองไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๒) และพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ในส่วนนี้จะได้อธิบายหลักการสำคัญตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

 

๒.๑ คนพิการมีสิทธิทางการศึกษาดังนี้

(๑) ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิต พร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา

(๒) เลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดยคำนึงถึง ความสามารถ ความสนใจ ความถนัดและความต้องการจำเป็นพิเศษของบุคคลนั้น

(๓) ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษา ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษ ของคนพิการแต่ละประเภทและบุคคล

 

-----๓. สิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การให้บริการที่มีมาตรฐาน การคุ้มครองแรงงาน มาตรการเพื่อการมีงานทำ ตลอดจนได้รับการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ และบริการสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีหรือความช่วยเหลืออื่นใด เพื่อการทำงานและการประกอบอาชีพของคนพิการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศกำหนด

 

สิทธิดังกล่าวนี้เป็นสิทธิในด้านอาชีพ
ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๓) และมีการจัดทำ (ร่าง) ประกาศกระทรวงว่าด้วยมาตรการเพื่อการมีงานทำ การส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระและบริการสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยีหรือความช่วยเหลืออื่นใด สำหรับคนพิการ พ.ศ. .... เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

 

๓.๑ คนพิการมีสิทธิได้รับบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ โดยที่การให้บริการต่างๆจะต้องมีมาตรฐาน คำนึงถึงคนพิการทุกประเภทเพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสวัสดิการอย่างเท่าเทียม ทั่วถึงและเป็นธรรม และการคุ้มครองแรงงานสำหรับคนพิการ

๓.๒ หน่วยงานของรัฐซึ่งได้มีหรือรับคนพิการเข้าทำงาน ต้องจัดให้มีบริการสื่อสิ่งอำนวยความสะดวกและความช่วยเหลืออื่นใด ไม่ว่าคนพิการผู้นั้นจะอยู่ในตำแหน่งใดในหน่วยงานนั้นก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการทำงานและการประกอบอาชีพของคนพิการ

๓.๓ ประกาศกระทรวงดังกล่าวยังได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐไว้ด้วย โดยหลักได้กำหนดให้

- กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีอำนาจหน้าที่ในการฝึกอบรมอาชีพ ฝึกเพื่อเตรียมเข้าทำงาน การฝึกยกระดับฝีมือ และการฝึกเสริมทักษะ เพื่อการทำงานในสถานประกอบการหรือการประกอบอาชีพอิสระ �จัดให้มีการฝึกอบรมและให้บริการผู้สอนงานแก่นายจ้าง และจัดให้มีการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ

- กรมการจัดหางาน มีอำนาจหน้าที่จัดให้มีบริการแนะแนวอาชีพ จัดให้มีการรับจดแจ้งความต้องการมีงานทำของคนพิการ จัดให้มีบริการวิเคราะห์ตำแหน่งงาน �และจัดให้มีระบบการจับคู่งานระหว่างความต้องการมีงานทำของคนพิการ กับความต้องการรับคนพิการเข้าทำงานของหน่วยงานของรัฐและนายจ้าง

 

-----๔. สิทธิในการได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ตลอดจนได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับคนพิการ

 

สิทธิประการนี้ได้รับการรับรองไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๔)

 

-----๕. สิทธิในการได้รับการช่วยเหลือให้เข้าถึงนโยบาย แผนงาน โครงการ กิจกรรม การพัฒนาการและการบริการอันเป็นสาธารณะ ผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต การช่วยเหลือทางกฎหมายและการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างคดี ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

สิทธิประการนี้บัญญัติรับรองไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๕) และมีการจัดทำ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยการช่วยเหลือทางกฎหมายและการจัดหาทนายว่าต่างแก้คดี พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

๕.๑ “การบริการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย” ได้แก่

(๑) การให้คำปรึกษาหารือทางกฎหมาย

(๒) การให้ความรู้ทางกฎหมาย

(๓) การจัดทำนิติกรรมสัญญา

(๔) การไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมยอมความ

(๕) การจัดหาทนายความ

(๖) การให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ในทางคดี

๕.๒ การยื่นคำขอรับบริการ

ผู้ขอรับการช่วยเหลือ อาจยื่นคำขอด้วยวาจา เป็นหนังสือ หรือส่งทางไปรษณีย์เพื่อขอรับการช่วยเหลือทางกฎหมายและการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างคดี โดยยื่นคำขอ

(๑) ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการประกาศกำหนด

(๒) ในท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือที่หน่วยบริการในพื้นที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด

 

กรณีมีเหตุขัดข้อง เมื่อผู้ขอรับความช่วยเหลือเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถหรือในกรณีที่คนพิการมีสภาพความพิการถึงขั้นไม่สามารถไปยื่นขอรับบริการด้วยตนเองได้ ผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาลหรือผู้ดูแลคนพิการ แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำขอรับการบริการช่วยเหลือทางกฎหมายและการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างแทนก็ได้

๕.๓ หลักเกณฑ์การพิจารณาให้การช่วยเหลือ

(๑) ผู้ขอรับการช่วยเหลือมีความจำเป็น เนื่องจากมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เลขาธิการประกาศกำหนด หรือเป็นคดีที่คนพิการได้รับความเสียหาย เนื่องจากถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

(๒) ผู้ขอรับการช่วยเหลือจะฟ้องหรือถูกฟ้อง มีโอกาสในการชนะคดี

(๓) ผู้ขอรับการช่วยเหลือมีความประพฤติดีหรือไม่มีพฤติการณ์ว่าจะหลบหนี

(๔) ไม่ผิดสัญญา ที่ผู้ขอรับการช่วยเหลือจะต้องคืนเงินที่ได้รับการสนับสนุนให้แก่สำนักงาน คือ เงินค่าธรรมเนียม ค่าทนายความที่ได้ตามคำพิพากษาของศาล และเงินหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว เมื่อความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป

 

๖. สิทธิในด้านข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการทุกประเภท ตลอดจนบริการสื่อสาธารณะจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการหรือเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำหนดในกฎกระทรวง

 

สิทธิประการนี้เป็นสิทธิตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๖) และได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ไว้ใน (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารบริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารสำหรับคนพิการทุกประเภท ตลอดจนบริการสื่อสาธารณะจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

๖.๑ คนพิการมีสิทธิยืม หรือให้เปล่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร นอกจากนี้ ได้ให้สิทธิคนพิการได้รับการฝึกอบรม เพื่อการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

๖.๒ การยื่นขอรับสิทธิ : คนพิการที่ประสงค์จะขอรับบริการต้องยื่นคำขอรับบริการนั้นต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานสถิติจังหวัดหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหรือหน่วยงานอื่นที่รัฐมนตรีมอบหมาย โดยคำแนะนำของคณะอนุกรรมการ

ในกรณีที่บุคคลอื่นยื่นคำขอรับบริการแทนคนพิการให้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลนั้น และหลักฐานอื่นที่แสดงให้เห็นว่าได้รับมอบอำนาจจากคนพิการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนพิการเนื่องจากเป็นผู้ปกครอง ผู้พิทักษ์ ผู้อนุบาล หรือผู้ดูแลคนพิการมาประกอบการพิจารณาด้วย

-----๗. สิทธิได้รับบริการล่ามภาษามือตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

 

พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๗) ได้บัญญัติให้คนพิการมีสิทธิได้รับบริการล่ามภาษามือ ซึ่งหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการได้รับสิทธิดังกล่าวนี้เป็นไปตาม (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยบริการล่ามภาษามือ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

๗.๑ คนพิการที่มีสิทธิได้รับบริการล่ามภาษามือ คือ “คนพิการทางการได้ยิน” ซึ่งหมายความถึง คนพิการที่มีบัตรประจำตัวประเภทความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย

๗.๒ กิจกรรมที่คนพิการทางการได้ยินสามารถยื่นคำขอรับบริการล่ามภาษามือได้ ได้แก่

(๑) การใช้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข

(๒) การสมัครงานหรือการติดต่อประสานงานด้านการประกอบอาชีพ

(๓) การร้องทุกข์ หรือการกล่าวโทษหรือการเป็นพยานในชั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

(๔) การเข้าร่วมประชุม สัมมนา หรือฝึกอบรมรวมทั้งเป็นผู้บรรยายโดยหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรภาคเอกชนเป็นผู้จัดซึ่งมีคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมายเข้าร่วมด้วย

(๕) บริการอื่นๆ ตามที่คณะอนุกรรมการประกาศกำหนด

๗.๓ สถานที่ในการยื่นคำขอรับบริการล่ามภาษามือ

- ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการประกาศกำหนด

- ในท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหรือที่หน่วยบริการในพื้นที่

 

-----๘. สิทธิที่จะนำสัตว์นำทาง เครื่องมือหรืออุปกรณ์นำทางหรือเครื่องช่วยความพิการใดๆ ติดตัวไปในยานพาหนะหรือสถานที่ใดๆ เพื่อประโยชน์ในการเดินทาง และการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ โดยได้รับการยกเว้นค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และค่าเช่าเพิ่มเติมสำหรับสัตว์ เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือเครื่องช่วยความพิการดังกล่าว

 

สิทธิประการนี้ได้รับการรับรองไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๘)

 

-----๙. สิทธิได้รับการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ

 

-----สิทธิประการนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๙) โดยหลักเกณฑ์และวิธีการเป็นไปตาม (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดสวัสดิการเบี้ยความพิการ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

-----๙.๑ “เบี้ยความพิการ” หมายความว่า เงินที่จ่ายเป็นรายเดือนเพื่อเอื้ออำนวยให้คนพิการมีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่ดี เนื่องจากคนพิการมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมมากกว่าบุคคลทั่วไปนอกจากเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพคนพิการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือระเบียบอื่นของทางราชการ

-----๙.๒ คนพิการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยความพิการต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีบัตรประจำตัวคนพิการ

(๓) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

-----๙.๓ สถานที่ยื่นคำขอรับเบี้ยความพิการ

- คนพิการที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานเขต

- คนพิการที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอต่อที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่นั้น

-----๙.๔ ในกรณีที่คนพิการไม่สามารถยื่นคำขอได้ด้วยตนเองเนื่องจากเป็นผู้เยาว์ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ หรือในกรณีที่มีสภาพความพิการถึงขนาดไม่สามารถไปยื่นคำขอรับสวัสดิการเบี้ยความพิการด้วยตนเองได้ ให้ “ผู้ดูแลคนพิการ” ได้แก่ บิดา มารดา บุตร สามี ภรรยา ญาติ พี่น้อง หรือบุคคลอื่นใดที่รับดูแลหรืออุปการะคนพิการ ยื่นคำขอนั้นแทนก็ได้ โดยต้องนำหลักฐานของคนพิการไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

-----๙.๕ หลักฐานที่ต้องนำยื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับเบี้ยความพิการ ได้แก่

(๑) บัตรประจำตัวคนพิการ พร้อมสำเนาเอกสาร ๑ ฉบับ

(๒) ทะเบียนบ้าน (ทร.๑๔) พร้อมสำเนา ๑ ฉบับ

(๓) ในกรณีมีบุคคลยื่นคำขอแทน ให้นำสำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอแทน จำนวน ๑ ฉบับ พร้อมหนังสือรับรองจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไปหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าเป็นผู้ดูแลคนพิการ

 

-----๑๐. การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การมีผู้ช่วยคนพิการ หรือการให้มีสวัสดิการอื่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กำหนดในระเบียบ

 

-----สิทธิประการนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ (๑๐) ซึ่งมีสิทธิ ๒ ประการหลัก

ประการแรก คือ สิทธิในการได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย โดยได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไว้ใน (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) คนพิการที่จะได้รับสิทธิได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีบัตรประจำตัวคนพิการ

(๒) อาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนติดต่อกัน ยกเว้นกรณีการย้ายเข้ามาอยู่ภายหลังเกิดความพิการ

(๓) ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง หรือไม่เหมาะสมกับสภาพความพิการ

(๔) มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ

(๕) ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ

ในกรณีคนพิการไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยแห่งนั้นต้องมีหลักฐานการให้ความยินยอมจากเจ้าของหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเพื่อให้มาปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยได้ และในกรณีเป็นบ้านเช่าจะมีหลักฐานให้คนพิการอยู่อาศัยได้ไม่น้อยกว่าหกเดือน

(๒) สถานที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับสิทธิได้แก่

- ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการประกาศกำหนด

- ในท้องที่จังหวัดอื่นให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหรือที่หน่วยบริการในพื้นที่

ประการที่สอง คือ สิทธิในการมีผู้ช่วยคนพิการ โดยได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไว้ใน (ร่าง)ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดให้มีผู้ช่วยคนพิการ พ.ศ. .… ซึ่งมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) คนพิการที่ยื่นคำขอให้มีผู้ช่วยคนพิการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีบัตรประจำตัวคนพิการ

(๒) เป็นคนพิการที่มีความจำเป็นต้องมีผู้ช่วยคนพิการเพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจวัตรที่สำคัญในการดำรงชีวิตได้

(๓) ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ



ชื่อผู้ตอบ: